กล้องติดรถยนต์ ควรเลือกซื้ออย่างไรให้ได้กล้องคุณภาพสูง

96

ในการขับขี่ยวดยานบนท้องถนน หากเกิดอุบัติเหตุหรือมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น การมี กล้องติดรถยนต์ เพื่อบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆในการเดินทาง จะช่วยเป็นหลักฐานที่สำคัญได้อย่างดี นอกจากจะบันทึกภาพเหตุการณ์ของตัวเราเองแล้ว หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับรถคันอื่นในรัศมีที่กล้องจะบันทึกภาพได้ ก็สามารถนำวีดีโอเหล่านั้นไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบเหตุคนอื่นๆได้เช่นกัน และการบันทึกภาพจากกล้องติดรถยนต์ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนนเท่านั้น ก็มีหลายครั้งที่กล้องติดรถยนต์สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญสำคัญที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีได้ เชน เหตุระเบิด เหตุทะเลาะวิวาท เป็นต้น

ในปัจจุบันกล้องติดรถยนต์เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และราคาก็ถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก มีเงินพันกว่าบาทก็จะได้กล้องติดรถยนต์ที่มีคุณภาพดีๆไว้ใช้งานแล้ว หากคุณกำลังซื้อหรือคิดจะเปลี่ยนกล้องติดรถยนต์ตัวใหม่ ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์คุณภาพดีไว้ใช้งาน

กล้องติดรถยนต์

วิธีเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์

1.ความละเอียดในการบันทึกภาพ เป็นปัจจัยอันดับแรกที่ต้องคำนึงถึง หากภาพที่บันทึกไม่ละเอียดพอก็จะทำให้เห็นเหตการณ์ไม่ชัดเจน และอาจใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ ดังนั้นความละเอียดของการบันทึกภาพควรต้องอยู่ที่ระดับ Full HD (1080p) หรือระดับ HD Ready (720p) เป็นอย่างต่ำ และกล้องติดรถยนต์ต้องมีเลนส์และชิปประมวลผลที่รองรับการถ่ายวีดีโอแบบ Full HD ด้วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วกล้องติดรถยนต์ยี่ห้อดีๆ มักจะบอกรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับสเปคให้เราทราบ

2.FPS (Frame Per Second ) หรืออัตราเฟรมภาพต่อวินาที กล้องติดรถยนต์ที่ดีต้องมี FPS ที่สูงพอ จึงจะได้ภาพที่เคลื่อนไหวสมจริง การดูภาพจะลื่นไหลไม่กระตุก ค่ามาตรฐานของอัตราเฟรมภาพต่อวินาที ควรอยู่ที่ระดับ 30 FPS หรืออย่างต่ำก็ไม่ควรน้อยกว่า 25 FPS แต่ทั้งนี้ก็ควรดูสเปกของกล้องติดรถยนต์ด้วยว่า มีค่า FPS ที่เหมาะกับความละเอียดในการบันทึกภาพหรือเปล่า เช่น กล้องที่มีความละเอียดแบบ Full HD ก็ควรมีค่า 30 FPS จึงจะถูกต้อง ฯลฯ

3.มุมมองของกล้องติดรถยนต์ กล้องติดรถยนต์ที่ดีจะต้องมีมุมมองที่ไม่กว้างหรือแคบจนเกินไป ควรอยู่ระดับความพอดีที่ใช้งานได้จริง หากมีมุมมองที่แคบเกินไปก็จะเห็นภาพไม่ครอบคลุมหน้ารถได้ทั้งหมด ในทางกลับกันหากกล้องมีมุมมองที่กว้างเกินไป ลักษณะของภาพที่บันทึกจะเหมือนถูกซูมออกมา ภาพตรงส่วนกลางจะถูกบีบเพื่อให้เก็บภาพด้านข้างได้มากขึ้น ระยะของภาพจะผิดเพี้ยนดูไกลกว่าความเป็นจริง

4.ระบบตรวจจับแรงกระแทก หรือเรียกว่า G-sensor (อาจมีชื่อเรียกอื่นๆอีก) ระบบนี้จะทำหน้าที่ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เนื่องจากรถเกิดอุบัติเหตุหรือมีเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ที่ต้องทำให้เบรกอย่างกะทันหัน ระบบตรวจจับจะทำการล็อคไฟล์วีดีโอที่อัดอยู่ในช่วงเวลานั้นและนำไปจัดเก็บเป็นไฟล์พิเศษต่างหาก เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟล์นี้ถูกลบเมื่อหน่วยความจำเต็ม ซึ่งเราสามารถนำมาตรวจสอบเหตุการณ์ย้อนหลังได้

5.ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวหรือ Motion Detect ระบบนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อมีการเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้องติดรถยนต์ของเราโดยจะบันทึกเป็นไฟล์วีดีโอเก็บไว้ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว เช่น เมื่อเราจอดรถเอาไว้ถ้ามีใครมาทำอะไรกับรถเรา กล้องติดรถยนต์ก็จะบันทึกการเคลื่อนไหวเหล่านี้ไว้ นับเป็นฟังก์ชันที่ดีมากเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะบันทึกเหตุการณ์ทั่วๆไปในขณะขับรถแล้ว ยังช่วยรักษาความปลอดภัยของรถด้วย แต่ระบบนี้ตัวกล้องจำเป็นต้องมีไฟเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา จึงต้องมีอุปกรณ์จ่ายไฟให้กับกล้องอย่างเช่น power bank ฯลฯ

6.ระบบนำทางหรือ GPS ในกล้องติดรถยนต์รุ่นใหม่ๆมักจะมีฟังก์ชันพิเศษเสริมเข้ามานั่นก็คือ ระบบ GPS ที่ช่วยระบุพิกัดตำแหน่งในการเดินทางของเรา อีกทั้งยังสามารถแจ้งเตือนเมื่อขับรถออกนอกเลนส์ แจ้งเตือนจำกัดความเร็ว หรือการแจ้งเตือนอื่นๆเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์

7.การบันทึกภาพวีดีโอในเวลากลางคืน หรือในสภาวะที่มีแสงน้อย กล้องติดรถยนต์ที่ดีควรจะมีฟังก์ชันในการบันทึกภาพวีดีโอในขณะที่มีแสงน้อยหรือตอนกลางคืนได้ ซึ่งกล้องที่มีฟังก์ชันนี้จะต้องมีอินฟราเรดเป็นตัวช่วยในการบันทึกภาพในเวลากลางคืนหรือมีแสงน้อย หลักการทำงานก็คือ กล้องจะถ่ายภาพ 2 ภาพในเวลาเดียวกัน ภาพแรกจะถ่ายออกมาเป็นภาพที่ดูดำมืด และอีกภาพก็จะมีแสงสว่างมากกว่าปกติ แล้วนำภาพทั้งสองมาซ้อนกัน ภาพที่ได้จะออกเป็นสีขาวดำ

8.แบตเตอรี่ของกล้องติดรถยนต์ ในกล้องติดรถยนต์บางรุ่นจะมีแบตเตอรี่ในตัวเอง สามารถจ่ายไฟเพื่อใช้งานในทันทีโดยไม่ต้องอาศัยไฟจากแหล่งภายนอก ซึ่งก็ทำให้สะดวกสบายมากขึ้นไม่ยุ่งยากในการเดินสาย แต่ก็อาจมีปัญหาอื่นๆตามมา เช่น แบตเสื่อม เก็บไฟไม่อยู่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแบตเตอรี่ด้วย

9.การรับประกัน ในการซื้อกล้องติดรถยนต์ควรเลือกซื้อแบรนด์ที่มีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยแน่นอน และมีการรับการประกันหลังการขายด้วย หากเกิดปัญหาขึ้นมาก็สามารถเคลมหรือส่งซ่อมได้ โดยมากกล้องติดรถยนต์ที่มีราคาถูกมักจะไม่ค่อยมีการรับประกัน ดังนั้นหากซื้อมาแล้วเกิดเสียทำงานไม่ได้ก็ต้องทิ้งสถานเดียว เป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

10.ได้รับการทดสอบจากผู้ใช้จริง ก่อนที่จะซื้อกล้องติดรถยนต์ควรหาข้อมูลการทดสอบใช้งานจริงของกล้องรุ่นนั้นๆจากรีวิวต่างๆ เช่น youtube หรือตามเว็บไซค์ที่มีการรีวิวกล้องติดรถยนต์ ฯลฯ การได้ทราบข้อมูลจากผู้ใช้จริงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดีว่ากล้องวีดีโอที่คุณกำลังจะซื้อนี้มีคุณภาพที่ดีแค่ไหน

ปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้กล้องติดรถยนต์

ถึงแม้จะเลือกซื้อกล้องที่มีคุณภาพที่ดีแล้ว แต่ก็อาจยังมีปัญหาที่ตามมาในการใช้งานจริง ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้

•เมมโมรี่การ์ด ต้องคำนึงถึงความจุของขนาดเมมโมรี่การ์ดและความเร็วในการทำงานของมันให้เหมาะสมกับกล้องที่เราใช้อยู่ โดยปกติการบันทึกภาพระดับ Full HD จำเป็นต้องใช้เมมโมรี่การ์ดที่เป็น class 10 เท่านั้นจึงจะสามารถบันทึกได้เร็วพอ หากใช้ต่ำกว่านั้นอาจไม่สามารถบันทึกวีดีโอที่มีความละเอียดสูงได้

•แบตเตอรี่เสื่อม ชาร์จไฟไม่เข้า กล้องติดรถยนต์ที่มีแบตเตอรี่ภายในตัวเอง เมื่อใช้ไปซักพักจะพบปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมได้ เนื่องจากความร้อนของแสงแดดที่มากระทบกระจกหน้ารถอยู่ตลอดเวลา บวกกับความร้อนจากตัวแบตเตอรี่เอง วิธีแก้ไขปัญหาคือ เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้วควรถอดที่ชาร์จออกทันที อย่าชาร์จทิ้งไว้ และควรหาอะไรมาปิดป้องกันแสงแดดไม่ให้โดนตัวกล้องเต็มๆ หากไม่ได้ใช้กล้องติดรถยนต์นานๆ ก็ควรถอดเก็บเพื่อไม่ให้โดนแดดด้วย

•บันทึกซ้ำไม่ได้ ปกติกล้องติดรถยนต์จะมีฟังก์ชันพื้นฐานในการบันทึกซ้ำได้อยู่แล้ว แต่การใช้งานจริงเราอาจจะลืมเปิดฟังชั่นนี้ไป ทำให้ไม่สามารถบันทึกซ้ำได้ และมีการแจ้งเตือนว่าเมมโมรี่การ์ดเต็ม จึงควรตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนการใช้งานจริง

ข้อมูลการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์
10 วิธีเลือกกล้องติดรถยนต์ : hitech.sanook.com